เส้นทางในทริปนี้ของเราจะเป็นหลักๆที่บ่อน้ำพุร้อนโป่งกวาวนะครับ
เพราะคิดกันไว้ว่าจะเป็นการพักผ่อนสบายๆในช่วงวันหยุดปีใหม่ เลยไม่ได้กำหนดการอะไรตายตัว  ที่เหลือก็เดินทางไปเรื่อยๆ ค่ำไหนนอนนั่น
พระจันทร์
โจทย์ก็คือ อยากได้ที่พักที่คนไม่พลุกพล่านในช่วงปีใหม่ มันจะมีเหรอ! เลือกไปเลือกมา ก็มาสรุปกันได้ที่ 

บ่อน้ำพุร้อนโป่งกวาว อยู่ที่ อ.สะเมิงเหนือ จ.เชียงใหม่


หน้าทางเข้าเราจะเจอป้ายแบบรูปบน แสดงว่ามาถูกทางแล้ว  ให้แยกไปทางซ้าย จะเข้าสู่จุดติดต่อของที่พัก




ส่วนโซนบ้านพักของเราจะแยกไปทางขวา ให้เราไปติดต่อให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมา






ด้านในห้องพักมีบ่อให้แช่น้ำร้อนด้วยนะ แต่ด้วยระยะทางที่ต่อท่อน้ำมามันไกลพอสมควร ก็เลยไม่ค่อยจะร้อนเท่าไร แต่น้ำเย็นนี่ เย็นถึงใจจริงๆ 
ร้องไห้ร้องไห้

เอาเป็นว่าถ้าอยากแช่น้ำร้อนก็ไปแช่ที่บ่อเวิร์คสุด


หัวใจ


ใครที่ชอบความเป็นธรรมชาติน่าจะประทับใจกับที่นี่แน่นอน 
บรรยากาศข้างในเหมือนเส้นทางตัน ที่ถูกล้อมรอบด้วยหุบเขา รมรื่นและธรรมชาติสุดๆ 
ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้

นอกจากโซนบ้านพักด้านนอกแล้ว ข้างในก็ยังมีที่พักแบบเป็นห้อง ราคาที่ถามคร่าวๆมาน่าจะประมาณหลักพันนิดๆ
หรือใครที่นอนเต็นท์หรือเอาเต๊นท์มา ก็มีลานสำหรับกางในราคาไม่แพงด้วยเหมือนกัน



ด้านในก็จะมีบ่อแยกย่อยมากมาย อย่างบ่อที่มีหลังคาปิดเพิ่มความเป็นส่วนตัว  น้ำร้อนกำลังดี แช่ได้หลายคน



หรือจะเป็นห้องเล็กๆ แช่ได้ 1-2 คน แต่น้ำห้องเล็กนี้ร้อนมากกกกกก  ใครอยากสะใจเชิญลองได้เลย
Facepalm



ตรงกลางมีสะพานที่มีน้ำไหลตัดผ่าน จะมานั่งเล่นตอนเย็นๆ ก็ได้ฟีลแบบธรรมชาติสุดๆ




ใกล้ๆกันก็จะมีบ่อรวมขนาดใหญ่อยู่ฝั่งละบ่อ น้ำร้อนกำลังดี 
เท่าที่แช่มา รู้สึกว่ากลิ่นกำมะถันไม่แรงเหมือนน้ำพุร้อนที่อื่นๆ แช่ได้สบายๆ ทีเด็ดมันอยู่ตรงนี้แหละ





หรือใครที่ไม่อยากแช่ ก็มี "เรือนประชาตักอาบ" เป็นห้องรวมสำหรับตักอาบ และห้องอบสมุนไพรให้ไปลองกันด้วย





ถึงแม้จะเป็นวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปก็ไม่ได้เยอะมากอย่างที่คิด
วิเคราะห์ดูแล้ว ทางที่นี่ค่อนข้างจะเข้ามาลึก และไม่ได้เป็นจุดผ่านของที่อื่นเท่าไร ต้องตั้งใจเข้ามาจริงๆ
ทำให้คนส่วนมากเลือกไปที่ที่สามารถเดินทางไปต่อที่อื่นได้ง่ายกว่า 


เนื่องจากวันแรกที่เราไปถึงค่อนข้างเย็นแล้ว บวกกับความล้าจากการเดินทาง เราจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินสำรวจสถานที่ เลยเหลือเวลาให้ลงแช่น้ำร้อนนิดหน่อย แล้วก็ตกลงกันว่าจะออกมาแช่กันอีกครั้งตอนเช้าละกัน 
หัวใจหัวใจหัวใจ

 ไฟที่นี่จะเปิดให้ใช้ตอนหลัง 5 โมงเย็น ถึง 4 ทุ่ม


ที่นี่มีร้านอาหารให้สั่งตอนกลางคืนเหมือนกัน ราคาไม่แพงเท่าไร แต่ให้ดีก็พกพวกขนม,

ของกินติดไปด้วยดีกว่า หรือใครจะพกอาหารไปทำกินกันเองหน้าที่พักก็ได้ ส่วนตอนกลางคืนว่างๆ ก็ออกมาถ่ายดาวเล่นกันได้นะ 







-----------------------------------------------------------------------------------------
บรรยากาศที่ตอนเย็นว่าสวยแล้ว ตอนเช้าก็ให้ความรู้สึกคนละอย่าง อากาศหนาวๆ (ตอนนั้น) หมอกหนาๆ เจอกับความร้อนของบ่อน้ำร้อน ทำให้บ่อของเราเต็มไปด้วยไอน้ำ ทิวทัศน์กลางแจ้งที่เงียบสงบ ท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขาที่รายล้อม

ทำให้คิดไปว่านี่มันเมืองไทย หรือออนเซ็นที่ญี่ปุ่น (ไม่เคยไป) กันแน่





หลังจากเล่นกันจนหนำใจแล้วก็ถึงเวลาจากลาคิดว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักเยอะ ถึงเส้นทางที่เข้าไปจะซับซ้อนนิดหน่อย แต่ก็อยากแนะนำให้ไปสัมผัสกันซักครั้ง รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
เข้ามาดู
เรามาลาที่นี่กันด้วยภาพบรรยากาศสวยๆอีกซักนิด





รับรองว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาเยือนอีกแน่นอน

สำหรับผู้ที่เข้าพัก ราคาก็จะรวมค่าใช้บริการบ่อน้ำร้อนให้แล้ว 
ซึ่งเมื่อไปถึงก็จะมีชุดสำหรับเปลี่ยนให้ จะแช่กี่รอบ, ตอนไหนก็ได้ไม่จำกัด
ส่วนใครที่ไม่ได้เข้าพัก ก็สามารถไปแช่น้ำร้อนอย่างเดียวก็ได้ จะมีราคาสำหรับผู้ใช้บริการ
เรตอยู่ที่ ผู้ใหญ่ 80, เด็ก 40 บาท  และ 150 บาทสำหรับชาวต่างชาติ
ผู้เช่าบ้านพัก บ้านที่เราจองไว้เป็นบ้านพักแยกเป็นหลังๆหน้าตาแบบนี้ กับบรรยากาศรอบๆ
ด้านในนอนได้ 4 คน สนนราคาอยู่ที่ 1500 บาท เสริมคนละ 250 จะมีฟูกนอนมาเสริมให้
(ฟรีสำหรับผู้เช่าบ้านพักและลานกางเต็นท์)
เวลาเปิดทำการ : 08:30 – 17:30